เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เตรียมการนำหลักฐานคดีค้ามนุษย์เข้าพบพนักงานอัยการสำนักคดีค้ามนุษย์เพื่อหารือเกี่ยวกับการออกหมายจับผู้ต้องหา พันเอกหม่องชิตตู โดยเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมายในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ถูกกล่าวหาว่าบังคับชาวอินเดียให้ทำงานในเมียนมา

DSI เปิดโปงขบวนการค้ามนุษย์ พันเอกหม่องชิตตู สู่การลงดาบผู้มีอิทธิพล

พันเอกหม่องชิตตู เป็นผู้นำกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (BGF) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มทหารที่มีอิทธิพลอย่างมากในประเทศเมียนมา โดยเฉพาะในพื้นที่เมียวดี ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทาและอาชญากรรมข้ามชาติหลายอย่าง รวมถึงการสนับสนุนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้แรงงานชาวต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย

พันเอกผู้นี้มีความสัมพันธ์ทั้งทางการเงินและการเมืองกับนักธุรกิจชาวจีน เช่น นายเฉอ เจ้อเจียง ผู้ก่อตั้งบริษัทหย่าไท่ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง กรุ๊ป ซึ่งมีส่วนร่วมในการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่หลายแห่งในพื้นที่เมียวดี รวมถึงการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้อิทธิพลของ BGF

DSI ได้รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระทำผิดของพันเอก และผู้ร่วมงาน โดยเฉพาะกรณีที่ชาวอินเดียถูกบังคับให้ทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ควบคุมของ BGF การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติทุกประเภท และสร้างความยุติธรรมให้กับผู้เสียหาย

หากได้รับการอนุมัติจากศาล การออกหมายจับพันเอกจะทำให้เกิดกระแสตอบสนองอย่างกว้างขวางในสังคม เนื่องจากเป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยไม่ยอมรับการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรืออาชญากรรมใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะขยายผลไปยังคดีฟอกเงินและการยึดทรัพย์ของกลุ่ม BGF เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ทุนเหล่านี้สนับสนุนอาชญากรรมเพิ่มเติม กรณีนี้สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลไทยในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติโดยตรง และแสดงให้เห็นว่าจะไม่มีการยอมจำนนหรือปล่อยปละละเลยสำหรับผู้กระทำผิดต่อประชาชนและสังคม

แกะรอย 'หม่อง ชิตตู่-ซอ ซิตตู่'กะเหรี่ยงเทาแห่งลุ่มน้ำเมยเมียวดี  หนึ่งในเป้าหมายจับดีเอสไอ

เบื้องหลังปฏิบัติการทวงความยุติธรรม! DSI รวบรวมหลักฐาน คดีค้ามนุษย์พันเอกหม่องชิตตู

ในกรณีการดำเนินคดีกับพันเอกหม่องชิตตูและผู้เกี่ยวข้อง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้แสดงความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรวบรวมหลักฐานและประสานงานกับสำนักคดีค้ามนุษย์ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

  • การประสานงานกับสำนักคดีค้ามนุษย์ DSI ได้นำหลักฐานเข้าพบพนักงานอัยการสำนักคดีค้ามนุษย์เพื่อหารือเกี่ยวกับการออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมายเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ผู้เสียหาย และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการกับคดีอาชญากรรมข้ามชาติ
  • การบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก นอกจาก DSI แล้ว ยังมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น สถานทูตต่างประเทศ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมที่ซับซ้อนและมีเครือข่ายอยู่ในหลายประเทศ
  • การสนับสนุนจากกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมได้ให้การสนับสนุน DSI ในหลายกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น การประชุมร่วมกับตัวแทนจากสถานทูตต่างๆ เพื่อสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ทางเข้าpg999 ใหม่ล่าสุด
Published: By